สว่างนภา ต่วนภูษา

ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561
การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 45 “ราชมงคลธัญบุรีเกมส์” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ไฮไลต์อยู่ที่รักบี้ฟุตบอล 7 คน ทีมชายรอบชิงชนะเลิศ “แชมป์เก่า” ม.ธรรมศาสตร์ พบม.กรุงเทพซึ่งเป็นนัดล้างตาของม.กรุงเทพหลังจากเคยแพ้มาในรอบรองชนะเลิศปีที่แล้วอย่างไรก็ตามลูกแม่โดม ยังโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งเอาชนะไป 12-5 จุดคว้าแชมป์2สมัยติดต่อกันด้านทีมหญิงสถาบันการพลศึกษา(สพล.) ชนะม.กรุงเทพ 12-5 จุดทำให้ม.กรุงเทพ อกหักได้รองแชมป์ทั้งชายและหญิงขณะที่ซอฟต์บอล ทีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ ม.ธรรมศาสตร์ ชนะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9-2
ส่วนนักมวยไทยหญิงจาก สพล.เข้าชิงชนะเลิศ 3 จาก 5 รุ่น เก็บ 2 เหรียญทองเท่า ม.กรุงเทพธนบุรี สรุปผลรอบชิงชนะเลิศดังนี้รุ่น 48 กก.หญิง วิสุดา สุขเจือ (สพล.)ชนะอาร์เอสซี ยก1 จิรายุ ปานมณี (ม.เกษมบัณฑิต)รุ่น51กก.หญิง กรรณิกา บางนรา (ม.กรุงเทพธนบุรี)ชนะคะแนน เจนจิรา แซ่เตียว (มรภ.สุราษฎร์ธานี) 30-27 อาทิตยา สายสิญจน์ (ม.ธรรมศาสตร์)ชนะคะแนน ปานเนตร แก้วภมร(ม.มหาสารคาม)30-27 อารียา สาโหด(ม.กรุงเทพธนบุรี)ชนะคะแนน ประกายรัตน์ วงสุธา(สพล.)20-18เกศินี ทับไทร(สพล.)ชนะอาร์เอสซี ยก1 พัชริดา ทั่งทอง(ม.มหาสารคาม)
ด้านศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของราชมงคลธัญบุรีเกมส์ แล้วถือว่าผลงานของทัพนักกีฬาจามจุรีอาจจะไม่เป็นไปตามเป้านักแต่เป็นเรื่องปกติของกีฬาที่มีแพ้มีชนะซึ่งก่อนการแข่งขันมีโอกาสที่จะกลับมาทวงเจ้าเหรียญทองได้แต่ตอนนี้อาจจะตกไปเป็นอันดับ3เป็นรอง สพล. และม.กรุงเทพธนบุรี ซึ่งส่วนตัวไม่ได้มองเป็นเรื่องเสียหายอะไรเนื่องจากการแข่งขันกีฬาปัญญาชนไม่จำเป็นว่าสถาบันใดสถาบันหนึ่งจะต้องผูกขาดเจ้าเหรียญทองเพราะผลการแข่งขันและการเป็นเจ้าเหรียญทองนั้นถ้ามีการเปลี่ยนให้สถาบันอื่นได้ขึ้นมาบ้างก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพและการให้ความสำคัญในด้านกีฬาของแต่ละสถาบันหากวนอยู่แต่มหาวิทยาลัยเดิมๆ ก็อาจจะทำให้ไม่มีสีสันและเป็นการผูกขาดเกินไป